ตำนานรักสะพานสารสิน

ย้อนรอย "ตำนานรักสะพาน สารสิน" 

โศกนาฏกรรมความรักอมตะ

 

ประวัติโกดำ ครูกิ่ว

โกดำ

ชื่อจริง นายดำ แซ่ตัน ชื่อเล่นดำอายุ 23 ปี เกิดประมาณพ.ศ 2494 

โกดังเป็นคนขับรถและเด็กรถโดยสารทางวิ่งรอบสายเมืองภูเก็ตเป็นสายที่วิ่งยาวจากผ้าไทยใช้จนถึงเกือบสุดปลายเกาะภูเก็ตในช่วงเวลาที่ว่าจากการขับรถก็จะไปรับจ้างกรีดยางเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ



ครูกิ่ว

ชื่อจริง นางสาวกาญจนา แซ่หงอ ชื่อเล่นกิ่ว อายุ 19 ปี เกิดประมาณพ.ศ 2497 

เป็นนักศึกษาวิชาพื้นระดับปริญญาจากวิทยาลัยครูภูเก็ต หลังเรียนจบเธอได้ไปเข้าบรรจุเป็นครูอัตราจ้าง ทำหน้าที่สอนเด็กๆประถม อยู่ที่รร.บัานฉัตรไชย ซึ่งใกล้กับสะพานสารสิน


​       หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่าง "สะพานสารสิน" ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ความรักอันลึกซึ้งและน่าเศร้าซ่อนอยู่ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 เป็นโศกนาฏกรรมของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ตัดสินใจจบชีวิตลงร่วมกัน จนกลายเป็นตำนานเล่าขานมาถึงปัจจุบัน

     จุดเริ่มต้นของความรักที่ต่างชั้น เรื่องราวเริ่มขึ้นจาก "โกดำ" (ดำ แซ่ตัน) หนุ่มคนขับรถสองแถววัย 23 ปี และ "กิ่ว" (กาญจนา แซ่หงอ) นักศึกษาวิทยาลัยครูวัย 19 ปี ทั้งคู่พบรักกันจากการที่โกดำขับรถรับส่งกิ่วอยู่เป็นประจำ จนเกิดเป็นความผูกพันและรักกันอย่างลึกซึ้ง แต่ทว่าความรักของทั้งคู่กลับต้องเจออุปสรรคชิ้นใหญ่จาก "ความแตกต่างทางสังคม" กิ่วเป็นหญิงสาวที่มีฐานะดีและกำลังจะไปเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ส่วนโกดำเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ เมื่อครอบครัวของกิ่วทราบเรื่อง จึงสั่งห้ามเด็ดขาดและพยายามบังคับให้เธอแต่งงานกับคนที่คู่ควร

​     เมื่อความรักเดินทางมาถึงทางตัน แม้ชาวบ้านรอบข้างจะเห็นใจในความรักที่มั่นคงของทั้งสอง และช่วยพูดเกลี้ยกล่อมพ่อของกิ่ว แต่ก็ไม่เป็นผล กิ่วมักถูกกักขังและทุบตีอยู่บ่อยครั้ง จนในที่สุดทั้งคู่ตัดสินใจหนีไปด้วยกัน แต่ก็ยังถูกกดดันจากทางบ้านและมีตำรวจตามหา จนรู้สึกหมดหนทาง ​เมื่อไม่มีพื้นที่ในโลกความจริงให้พวกเขาได้คู่กัน ทั้งสองจึงเลือกที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 โกดำและกิ่วตัดสินใจใช้ "ผ้าขาวม้า" ผูกมัดร่างกายของทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา ก่อนจะดิ่งลงจากกลางสะพานสารสินสู่ผืนน้ำอันเย็นเยือก หลังจากการค้นหาอย่างกว้างขวาง ร่างไร้วิญญาณของทั้งคู่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำในอีก 2 วันต่อมา โดยที่ผ้าขาวม้าผืนนั้นยังคงผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันไม่คลายออก พร้อมกับพบจดหมายลาตายของโกดำที่ขอร้องให้นำศพของทั้งคู่ไว้ในโลงเดียวกัน

​     ความรู้สึกของคนที่ยังอยู่... บาดแผลที่ไม่มีวันหาย แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปี แต่เรื่องราวนี้ยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดไว้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง

: คุณแม่หยี (แม่ของกิ่ว): เผยความรู้สึกว่ายังคงแบกรับความเสียใจค้างคาใจมาตลอด ชีวิตนี้ไม่กล้าดูภาพยนตร์หรือละครที่สร้างจากเรื่องนี้เลย เพราะเห็นทีไรก็ทำใจไม่ได้

กลุ่มเพื่อนและคนใกล้ชิด: ต่างจดจำว่าทั้งคู่เป็นคนน่ารัก พูดจาดี รักกันมาก และโกดำดูแลกิ่วเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ก่อนเกิดเหตุโกดำยังได้พูดเป็นลางบอกเพื่อนสนิทว่า "วันนี้จะขับรถเป็นวันสุดท้ายแล้ว"

​     สะพานสารสินในปัจจุบันและความเชื่อ ปัจจุบันสะพานสารสินเดิม (สะพานสารสิน) ได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นสะพานคนเดิน หอชมวิว และสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง โดยให้รถไปสัญจรที่สะพานเทพกระษัตรีแทน

​นอกจากนี้ยังมี "ความเชื่อ" ของคนรุ่นก่อนเล่าต่อกันมาว่า หากใครนั่งรถข้ามสะพานสารสิน แล้วลองหลับตา กลั้นหายใจ พร้อมกับอธิษฐานเรื่องความรักจนกว่ารถจะลงสะพาน จะทำให้สมหวังในความรัก (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ)

                เหตุการณ์จริงจากหน้าหนังสือพิมพ์ โศกนาฏกรรมรักแท้ที่ถูกกีดกันจนกลายเป็นตำนาน

ใบปิดภาพยนตร์เรื่อง "สะพานรักสารสิน" (พ.ศ. 2530) กำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง และ จินตหรา สุขพัฒน์



               สมาชิกในกลุ่ม

1.นางสาวญาณิศา  วงศ์มีแก้ว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2  เลขที่ 29

2.นางสาวณัฏฐกร  บุญคง  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2  เลขที่ 30

3.นางสาวสุภาวดี  แก้วสุวรรณ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2  เลขที่ 31

4.นางสาวอัจฉรา  เสนจันตะ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2  เลขที่ 32

5.นางสาวแพรวา  โค้วสุวรรณ์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2  เลขที่ 33

ความคิดเห็น